REVIEW : Laura Mercier || Candleglow Soft Luminous Foundation & HOW TO Everyday Look



สวัสดีค่ะ

วันนี้บีมจะมารีวิวรองพื้นตัวใหม่จาก Laura Mercier และมี How To ด้วยนะคะ

โดยบีมมีโอกาสผ่านเข้ารอบ 30 คน เพื่อค้นหาสาวบล๊อกเกอร์หน้าใหม่
กับ Candle Glow Soft Luminous Foundation ค่ะ

ซึ่งในงานที่บีมได้ไปอบรมได้มีพี่แม็กกี้ 
ซึ่งพี่แม็กกี้คอยให้ความรู้และแชร์เทคนิคการแต่งหน้าได้อย่างละเอียดเลยค่ะ


ทุกคนอาจจะสงสัยว่าตอนนี้กระแส cushion มาแรงมาก ทุกแบรนด์ต่างก็ออกมาตีตลาดกัน

แต่ทาง Laura Mercier ไม่ได้ทำ cushion ออกมา เพราะทาง Laura Mercier ได้มีรองพื้นรุ่นใหม่

ที่มีคุณบัติคล้ายคลึงกับ cushion แถมยังมีสีให้เลือกมากกว่า cushion ด้วยค่ะ

นั่นก็คือ Candleglow Soft Luminous Foundation


รองพื้น Candleglow Soft Luminous Foundation มีสีให้เลือกถึง 24 สี 

แต่นำเข้าไทยมา 15 เฉดสีที่เข้ากับผิวคนไทยค่ะ

รายชื่อสีทั้ง 15 เฉดสีที่เข้าไทยนะคะ

ซึ่งแต่ละสีนั้นมีความใกล้เคียงกันมากค่ะ ตอนแรกทีเห็นคือเลือกสีกันไม่ถูกเลยค่ะ

ส่วนใหญ่เป็นสีโทนเหลืองที่เข้ากับสีผิวของสาวๆเอเชีย 

แต่บางสีก็มีใส่เม็ดสีชมพูไปด้วย ซึ่งสีไม่ได้ชมพูจ๋าแบบสาวยุโรปนะคะ 

โดยบีมได้เลือกสี suntan มา เพราะส่วนตัวชอบสีแทนอยู่แล้วค่ะ

แล้วเป็นสีแทนที่ไม่ติดส้มค่ะ เหลืองนวลสวยมาก บีมเลยเลือกมาค่ะ

แต่สี suntan จะเข้มกว่าสีผิวจริงบีมประมาณ1-2เฉดค่ะ แต่บีมชอบ55555555


ใต้ก้นของขวดรองพื้นจะบอกชื่อสี ปริมาณ สถานที่ผลิต และอายุการใช้งานหลังเปิดใช้ค่ะ

ขนาด : 30 ml

อายุการใช้งาน : 12 เดือนหลังจากการเปิดใช้ครั้งแรก


แพคเกจ : มาในขวดแก้วขุ่นที่เห็นสีรองพื้นชัดเจน ขวดแก้วค่อนข้างหนามาก
ฝาและหัวปั๊มเป็นพลาสติกเงาที่แข็งแรงค่ะ


หัวปั๊มทำให้สะดวกต่อการใช้งาน ไม่มีสิ่งสกปรกเข้าไปในขวดรองพื้นด้วยค่ะ 
และยังสามารถ กะปริมาณในการใช้ได้ง่ายด้วยค่ะ



ลักษณะเนื้อ : เป็นเนื้อฟูอิด เนื้อกลางๆไม่เหลวแบบน้ำและไม่ได้ข้นแบบเนื้อครีมค่ะ 
เนื้อสมูธ ทำให้เกลี่ยง่าย 


เนื้อเกลี่ยง่ายมาก สีโทนเหลืองอย่างชัดเจนค่ะ สีเหลืองนวลสวยมาก 
อย่างที่บอกว่าสีเค้าเข้มกว่าสีผิวจริงบีมนะคะ สายแทนน่าจะชอบ


พอเกลี่ยเสร็จ จะเนียนนวลไปกับผิวเลยค่ะ เนื้อค่อนข้างบางเบา ไม่เน้นปกปิดมากนะคะ

ถ้ามีรอยเข้มๆแนะนำใช้คอนซีลเลอร์ช่วยจะดีกว่าค่ะ

เนื้อรองพื้นเป็นแบบบางเบาจนถึงปานกลาง ไม่ถึงแน่นปกปิดนะคะ

ข้อดีของความเบาบางของรองพื้นคือ 
ไม่เป็นคราบง่าย ไม่หนา ไม่ไหล สบายผิว เหมือนผิวจริงเราเลยค่ะ 
สาวๆที่ชอบและรักในงานผิวต้องชอบค่ะ

ลักษณะเด่นของ Candleglow Soft Luminous Foundation
  • ให้ผิวเปล่งปลั่ง ดูเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ให้การปกปิดระดับกลาง สามารถอำพรางจุดบกพร่องต่างๆได้
  • บำรุงให้ผิวคงความชุ่มชื่น พร้อมต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดริ้วรอยก่อนวัยอันควรด้วย Vitamin C&E
  • Double Boots ความชุ่มชื่นในผิวด้วย Refreshing Purify Water ให้ผิวเปล่งปลั่ง ดูมีน้ำมีนวล
  • เนื้อรองพื้นเกลี่ยง่าย กลมลกืนไปกับผิว ไม่ตกตามร่องผิวและรูขุมขน
  • หน้าไม่หมองคล้ำระหว่างวัน ให้ผิวแบบ The Flaless Face ยาวนานตลอดวัน
  • เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบาง
  • ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนังแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
  • ปราศจากน้ำหอม
ราคา :2,200 บาท

หลังจากที่บีมได้ลองใช้ในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวกลางแจ้งเกือบทั้งวัน (12 ชั่วโมง)

ผลคือ หน้ามีดรอปลงนิดหน่อย รองพื้นไม่ตกร่อง ไม่คราบ 
ความทนกลางๆค่ะ มีหลุดตรงบริเวณ T zone หน้าแก้ม 
คุมมัน อันนี้ไม่ตอบโจทย์นะคะ อย่างที่บอกคือ รองพื้นตัวนี้ได้ลุคที่ฉ่ำน้ำ ดูโกลด์
ได้อารมณ์ฟิลลิ่งเดียวกับ cushion เลยค่ะ ดังนั้นไม่คุมมันนะคะ
แต่ไม่ทำให้หน้ามันเพิ่มนะ ส่วนตัวบีมได้หน้าโกลด์ๆแบบนั้นทั้งวัน 
ถ้าหน้าเริ่มมันมาก บีมก็ใช้ทิชชู่ซับค่ะ

สรุปง่ายๆเลยคือ 
Candleglow Soft Luminous Foundation สามารถใช้เป็น cusionได้เลยค่ะ
โดยใช้ฟองน้ำเนื้อแน่นๆค่อยๆกดรองพื้นบนใบหน้า เน้นว่ากดนะคะ 
กดแบบเราใช้ cushion เลยค่ะ เหมือนเราซื้อ cushion ในราคาถูกเลยค่ะ
เพราะรองพื้น Candleglow Soft Luminous Foundation มีปริมาณ 30 ml ในราคา 2,200 บาท
แต่ cushion จะมีปริมาณ 13-15 g ในราคาที่แตกต่างกันออกไปตามแบรนด์นะคะ
แต่เฉลี่ยที่ 1,300 บาท พอหารปริมาณเนื้อผลิตภัณ์แล้วถือว่าแพงค่ะ


รองพื้น Candleglow Soft Luminous Foundation เหมาะกับ
บุคคลทั่วไปที่ชื่นชอบในงานผิว ดูผิวสุขภาพดี ไม่หนา มีความฉ่ำวาว ดูสุขภาพดี
แต่ถ้าชอบลุคแมทต์ สามารถใช้แป้งปัดทับได้ค่ะ



โดยบีมได้รับ Gift Set จากทาง Laura Mercier มาทั้งหมด 6 ชิ้นค่ะ



ประกอบด้วย

1.รองพื้น Candleglow Soft Luminous Foundation


2.แป้งฝุ่นตัวดัง Translucent Loose Setting Powder



3.ลิปสติก Velour Lover Lip Colour 

บีมได้มา 2 สี คือสี EMBRANCE และสี TEMPTATION



สีบนคือสี EMBRANCE (กะปิ) และสีข้างล่างคือสี TEMPTATION (แดง)


5.Caviar Stick Eye Colour

บีมได้มา 2 สี คือสี Sugar Frost และสีAmethyst


ข้างบนคือสีSugar Frost และข้างล่างคือสีAmethyst




HOW TO Everyday Look ฉบับไปเที่ยวชิคๆกับเพื่อนสาว


Before & After




Tips : เริ่มจากขั้นตอนการเตรียมผิวค่ะ โดยบีมจะมาส์กหน้า 15 นาที
เพื่อให้ผิวสดชื่น และช่วยให้เครื่องสำอางค์ติดทนทั้งวันค่ะ




Tips : หลังจากมาส์กหน้า บีมจะทาวาสลีนที่ริมฝีปาก 
เพื่อให้ปากไม่แห้งลอก ทาลิปได้ง่ายและสวยไม่ลอกเป็นแผ่นค่ะ




ขั้นตอนแรกในการแต่งหน้าคือ ใช้ Primer ลงก่อนสิ่งอื่นใดเลยค่ะ

Tips : คือถ้าลง Primer ก่อนการลงขั้นตอนอื่น จะช่วยให้ เครื่องสำอางค์ติดทนมากขึ้นค่ะ



ทากันแดด โดยเลือกกันแดดที่ไม่ทำให้ผิวหน้าวอกลอยนะคะ 
และควรเลือกกันแดดที่มีสารกันแดด SPF 50 PA+++ แดดเมืองไทยแรงค่ะ ต้องปกป้องผิวเยอะๆ



พอกันแดดเซ็ทตัว (ประมาณ5-10 นาที) บีมกเริ่มที่การแต่งตาก่อนค่ะ

Tips : ในการแต่งตาก่อนลงรองพื้นคือ ถ้าเราลงสีตาเข้มๆ ผงอายแชโดสีเข้มจะตก(ฟอลเอาท์)
ทำให้ทำความสะอาดยาก ต้องเช็ดในบริเวณนั้นและต้องลงรองพื้นใหม่ 
อาจจะทำให้เป็นรอยด่างหรือคราบค่ะ บีมเลยเลือกที่จะแต่งตาก่อนลงรองพื้น


(เรียงไล่จากแถวแนวนอน ซ้ายไปขวามือนะคะ)

1.ติดสติ๊กเกอร์ตา 2 ชั้น (สำหรับสาวๆที่ชั้นตาไม่เท่ากัน หรือั้นตาหลบใน) และลง eye primer

2.ใช้ Caviar Stick Eye Colour สี Sugar Frost ลงเป็นเบสทั่วเปลืกตา(ถึงรอยพับชั้นตา) 
แล้วใช้นิ้วเบลนด์

3.ใช้อายแชโดสีชมพูตุ่นๆ(กะปิ) คัดเบ้าตา ตามรูปตาเลยค่ะ

4.ใช้อายแชโดสีน้ำตาลทาที่หางตาเป็นรูปตัววีตะแครง

5.ใช้อายแชโดสีน้ำตาลจากข้อ 4 ทาที่ตาล่างช่วงหางตา 1ใน3 เพื่อให้อายแชโดสีต่อกันค่ะ

6.ใช้ eye liner แบบดินสอ สีดำ เขียนเพื่อเติมช่องขนตาให้ดูขนตาฟูค่ะ

7.ใช้ eye liner แบบดินสอ สีน้ำตาลเข้ม เขียนเส้น liner ให้ชิดขอบขนตา

8.ใช้แปรงค่อยๆเบลนด์ เส้น liner ข้อ7 ให้ดูฟุ้ง

9.ใช้ Caviar Stick Eye Colour สี Sugar Frost ทาบางๆที่เส้น water line ตาล่างค่ะ 
ช่วงหัวตาถึงกลางตา ดัดขนตา ติดขนตา แล้วดัดขนตาซ้ำอีกรอบ และปัดขนตาค่ะ

Tips : การดัดขนตาซ้ำอีกรอบหลังติดขนตาปลอมเพื่อให้ขนตาจริงและขนตาปลอมเนียนเข้ากัน



ขั้นตอนการลงรองพื้น 

โดยบีมลงรองพื้น Candleglow Soft Luminous Foundation แค่ครึ่งหน้านะคะ 

เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นระหว่าง ข้างที่ลงรองพื้นและข้างที่ยังไม่ได้ลงรองพื้น 

ด้านซ้ายคือด้านที่ลงรองพื้น และด้านขวาคือหน้าเปลือยค่ะ


จะเห็นความแตกต่างกันคือ ข้างที่ลงรองพื้น จะมีความฉ่ำวาว ดูนวลเนียน

Tips : การลงรองพื้น Candleglow Soft Luminous Foundation ให้มีความปกปิดในระดับกลาง
แนะนำให้ใช้แปรงที่ขนแน่นๆพุ่มใหญ่ๆในการค่อยๆกดรองพื้นไปบนผิว 
จะช่วยให้ได้รองพื้นที่ปกปิดได้ดีขึ้นค่ะ



ลงคอนซีลเลอร์ในส่วนที่มีรอยดำ หรือส่วนที่ต้องการปกปิดเป็นพิเศษ




เนื่องจากรองพื้นสีเข้มกว่าสีผิวจริงบีม บีมเลยลงรองพื้นสีอ่อนกว่าผิวบีมเพื่อเป็นไฮไลท์


Tips : ใช้ฟองน้ำในการเกลี่ย เพื่อที่จะได้เนียนกับผิว ไม่หนา 
(รองพื้นที่ใช้ควรใช้รองพื้นที่เนื้อบางๆนะคะ)

ขั้นตอนปัดแป้ง โดยบีมจะลงแป้งที่บริเวนโหนกแก้ม และเฉดดิ้งและคาง 
ทิ้งไว้สัก 10 นาที และค่อยๆปัดแป้งออก จะช่วยให้แป้งดูดความมันในส่วนที่ผลิตน้ำมันมามากออกค่ะ



ระหว่างรอแป้งเซ็ทตัว(ดูดความมันส่วนเกินออก)

มาเขียนคิ้วกันค่ะ

Tips : เริ่มด้วยบีมแบ่งคิ้วเป็น 2 ส่วนนะคะ ส่วนกลางคิ้วถึงหางคิ้วบีมจะเริ่มด้วยการวาดหางคิ้วก่อนค่ะ

แล้วค่อยๆวาดโครงที่กลางคิ้วมาเชื่อมที่รอบหางคิ้วแล้วระบายคิ้วให้เต็ม 

โดยในช่วงกลางคิ้วถึงหางคิ้วให้ระบายคิ้วตามแนวเส้นขนคิ้ว(ตามลูกศรในภาพค่ะ)

และช่วงกลางคิ้วถึงหัวคิ้วให้ระบายย้อยแนวขนคิ้วขึ้นมาที่หัวคิ้วค่ะ 

โดยไม่ต้องจุ่มสีเพิ่มนะคะ หัวคิ้วจะได้สีอ่อนละมุนสวยค่ะ


ใช้อายแชโดสีน้ำตาลในการระบายคิ้วเพิ่มขึ้นค่ะ


ปัดมาสคาร่าคิ้ว




พอครบ 10 นาที ก็ปัดเอาแป้งส่วนเกินออกค่ะ



คอนทัวร์ที่ช่วง cheek bone ทำให้แก้มดูตอบค่ะ และเฉดข้างสันจมูกบางๆค่ะ ไม่ต้องเข้มมากนะคะ




ปัดแก้ม บริเวณโหนกแก้ม ด้วยสีพลัมๆค่ะ



ลงไฮไลท์บนโหนกแก้ม สันจมูก กระจับปากและคางเล็กน้อยค่ะ



ใช้ทิชชู่ซับความมันของวาสลีนที่ทาตั้งแต่เริ่มแต่งหน้าออกค่ะ



ทาลิปสติก 

วันนี้บีมใช้ Velour Lover Lip Colour สี TEMPTATION 
ค่อยแตะเบาๆมือ แล้วใช้นิ้วค่อยๆเบลนด์





แล้วใช้สี EMBRANCE ทารอบริมฝีปาก


เสร็จแล้ว Finish look ค่ะ







คำเคลมไว้คือ สวยได้ในทุกแสง

งั้นบีมขอท้าในที่แสงน้อยๆ แสงไฟในห้องนอนค่ะ

ผิวสีสวยนะคะ ถือว่าผ่าน




งั้นมาลองเปิดแฟลชกันบ้าง

ไม่สะท้อนลอยด้วย ผ่านไปเลยค่ะ 



ซูมผิวให้เห็นกันชัดๆนะคะ

อยากให้เห็นความเนียนของผิวนะคะ ในภาพไม่มีการรีทัชนะคะ ใช้กล้องโหมดปกติเลย

รองพื้นกลืนไปกับผิว ช่วยเบลอรูขุมขนที่หน้าแก้มเล็กน้อยด้วยค่ะ

ผิวมีความฉ่ำวาวจากความมันบนใบหน้าบีมล้วนๆนะคะ เพราะมีเซ็ทแป้งทรานลูเซ้นท์ไปแล้วค่ะ 5555






ส่วนตัวบีมชอบเพราะเกลี่ยง่าย สบายผิว ไม่เป็นคราบ ไม่ตกร่อง ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม

มีสีให้เลือกค่อนข้างเยอะ โทนสีรองพื้นถูกใจ(โทนเหลือง)

และสามารถถ่ายภาพยิงแฟลชได้แล้วหน้าไม่โดดไม่ลอยไม่เทา ดูสวยเนียนมากค่ะ 


ขอบคุณที่อ่านนะคะ

ขอบคุณ Laura Mercier (Thailand) ด้วยนะคะ 




SOLARBEAM R

Phasellus facilisis convallis metus, ut imperdiet augue auctor nec. Duis at velit id augue lobortis porta. Sed varius, enim accumsan aliquam tincidunt, tortor urna vulputate quam, eget finibus urna est in augue.